ขออภัยข้อมูลส่วนนี้สำหรับสมาชิกเท่านั้น.
คุณต้องการล็อกอินเข้าใช้งาน ?
ยกตัวอย่างเช่น งานเพลงที่เมื่อถูกสงวนลิขสิทธิ์ (ซึ่งตามกฎหมาย งานสร้างสรรค์จะถูกสงวนลิขสิทธิ์โดยปริยาย) แล้วร้านอาหารหรือสถานีวิทยุจะไม่สามารถนำเพลงนั้นไปเปิดให้คนจำนวนมากได้ฟัง และนักศิลปินอื่นๆ จะไม่สามารถนำเพลงนั้นไปตัดต่อสร้างงานที่มีประโยชน์ เช่น การทำมิวสิควิดีโอรณรงค์ ส่วนงานที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างชัดเจน เช่น หนังสือเรียน ก็ไม่สามารถถูกเผยแพร่โดยเสรี นักศึกษาที่ไม่มีทุนทรัพย์ต้องละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์โดยการถ่ายเอกสารหนังสือเรียน
ข้อจำกัดเหล่านี้ยิ่งเป็นตัวฉุดรั้งเสรีภาพและความก้าวหน้าของสังคมที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล เพราะระบบดิจิตอลทำให้การเผยแพร่ ดัดแปลงชิ้นงานสร้างสรรค์ ทำได้ง่ายดายและมีประสิทธิภาพ แต่สังคมกลับไม่สามารถได้รับประโยชน์จากคุณลักษณะดังกล่าว เพราะติดที่การสงวนสิทธิ์แบบ Copyright ระบบลิขสิทธิ์แบบใหม่จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเมื่อปี 2001 โดยองค์กรที่ชื่อ ครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons)
//แทรก logo Creative Commons
http://mirrors.creativecommons.org/presskit/logos/cc.logo.large.png
ครีเอทีฟคอมมอนส์เป็น "สัญญาอนุญาต" (License) รูปแบบหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาของสัญญาอนุญาต Copyright แบบดั้งเดิม โดยเมื่อเจ้าของผลงานระบุว่าชิ้นงานนั้นถูกสงวนสิทธิ์โดยใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ เจ้าของผลงานจะสามารถกำหนด "ระดับ" ของสิทธิ์ที่มอบให้ผู้อื่นกระทำต่องานชิ้นนั้นได้ เช่น กำหนดว่าผู้อื่นสามารถนำงานชิ้นนั้นไปเผยแพร่ ดัดแปลงและทำการค้าได้ แต่ต้องระบุว่าเจ้าของงานต้นฉบับคือใคร หรืออนุญาตให้เผยแพร่อย่างเดียว แต่ห้ามดัดแปลง ห้ามทำการค้า และต้องอ้างอิงชื่อเจ้าของงาน เป็นต้น
การที่เจ้าของผลงานสามารถเลือกระดับของสิทธิ์ที่มอบให้ผู้อื่นใช้กับงานของตนได้ คือกลไกที่ช่วยสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาผลประโยชน์ของเจ้าของกับการมอบผลประโยชน์ให้แก่สาธารณะ เช่น ถ้าเจ้าของรู้สึกว่างานของตนมีความสมบูรณ์และไม่ควรถูกดัดแปลงอะไรอีกแล้ว เช่น งานศิลปะ แต่ก็ต้องการเผยแพร่งานให้สาธารณะได้รับรู้และนำไปใช้ ก็สามารถเลือกสงวนสิทธิ์ไม่ให้ดัดแปลง แต่เผยแพร่ได้ เป็นต้น
ความยืดหยุ่นในการสงวนสิทธิ์ของครีเอทีฟคอมมอนส์ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะทำให้ผู้สร้างงานเสียประโยชน์ โดยเฉพาะโอกาสที่จะทำกำไรจากงานของตน ความคิดนี้มีมานานโดยเฉพาะในวงการเพลงที่มักอ้างว่าการเผยแพร่เพลงผ่านระบบดิจิตอลเช่น MP3 จะทำให้ผู้ผลิตเพลงได้กำไรน้อยลง เพราะเพลงที่เผยแพร่ผ่านระบบดิจิตอลสามารถถูกเผยแพร่ต่อและทำซ้ำได้โดยผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อเพลงต้นฉบับจากผู้ผลิตแต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตาม มีผู้พยายามพิสูจน์มาโดยตลอดว่าการเผยแพร่แบบไม่ปิดกั้นกับการทำกำไรสามารถไปด้วยกันได้ เช่น Joichi Ito ผู้บริหารของครีเอทีฟคอมมอนส์ กำลังผลิตหนังสือภาพถ่ายบุคคลสำคัญที่เขาวางแผนจะเผยแพร่บนเว็บอย่างเสรีโดยใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ และในขณะเดียวกันก็ตีพิมพ์เป็นหนังสือและวางจำหน่ายไปด้วย เขาเชื่อว่าถึงแม้ผู้ชมจะสามารถโหลดดูภาพถ่ายเหล่านั้นบนเว็บได้ แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่อยากเก็บผลงานในรูปแบบที่จับต้องได้เช่นหนังสือด้วยเช่นกัน
สิ่งที่สำคัญที่สุดของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ คือการที่สัญญาอนุญาตนี้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย โดยใช้กรอบของกฎหมายลิขสิทธิ์ทั่วไป เช่น ถ้าเจ้าของงานสงวนสิทธิ์โดยใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบห้ามไม่ให้นำไปใช้ทางการค้า แต่มีผู้ละเมิด เจ้าของสามารถฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ละเมิดได้ เพราะถือว่าผู้ละเมิดทำผิดเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้กับเจ้าของผลงานตามสัญญาอนุญาต ซึ่งตามกฎหมายเป็นเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันว่าจะกระทำตาม
สถานที่รวมงานครีเอทีฟคอมมอนส์บนเว็บมีมากมาย ตั้งแต่เว็บครีเอทีฟคอมมอนส์เอง (search.creativecommons.org) ซึ่งรวบรวมงานกว่าล้านชิ้น เว็บอับโหลดภาพถ่าย Flickr (flickr.com) ที่มีตัวเลือกให้ผู้ใช้ค้นหาเฉพาะภาพถ่ายที่ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ส่วนในไทยก็มีคลังเอกสารเสรีopenbase.in.th ที่รวบรวมเอกสารทั้งบทความ ภาพ เสียง วิดีโอ ที่เป็นความรู้ที่คนไทยควรรู้ และเว็บชุมชนศิลปินอิสระ fuse.in.th ที่ทุกคนอับโหลดผลงานโดยใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์
กระแสครีเอทีฟคอมมอนส์กำลังมาแรง สำหรับในประเทศไทย สำนักกฎหมายธรรมนิติและสถาบัน Change Fusion ร่วมกับ Creative Commons International กำลังแปลสัญญาอนุญาตให้เป็นภาษาไทยเพื่อให้สามารถมีผลบังคับใช้ในกฎหมายไทยได้โดยสะดวก และทั่วโลกเริ่มมีการใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์กันในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม โดยการบริจาคเอกสารหรือผลงานของบริษัทให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ เปิดโอกาสให้เจ้าของผลงานสามารถเลือกระดับของสิทธิ์ที่จะมอบให้ผู้อื่น โดยระดับของสิทธิ์จะเป็นส่วนผสมของสิทธิ์ที่อนุญาตแบบต่างๆ ดังต่อไปนี้
•แสดงที่มา (Attribution) หรือ "by": อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่ ดัดแปลง แสดง และนำผลงานไปใช้เพื่อการค้า แต่ต้องอ้างอิงที่มาของผลงาน //แทรกภาพ http://creativecommons.org/images/icons/attrib.gif
•ไม่ใช้เพื่อการค้า (Noncommercial) หรือ "nc": อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่ ดัดแปลง แสดง แต่ห้ามไม่ให้นำไปใช้เพื่อการค้า //แทรกภาพhttp://creativecommons.org/images/icons/noncomm.gif
•ไม่แก้ไขต้นฉบับ (No Derivative Works) หรือ "nd": อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่ แสดงงานต้นฉบับที่ไม่ถูกดัดแปลง //แทรกภาพhttp://creativecommons.org/images/icons/nomod.gif
•อนุญาตแบบเดียวกัน (ShareAlike) หรือ "sa": อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่โดยต้องใช้สัญญาอนุญาตชนิดเดียวกับงานต้นฉบับในงานที่เผยแพร่นั้น //แทรกภาพ http://creativecommons.org/icon/sa/standard.gif
เจ้าของผลงานสามารถผสมสิทธิ์แบบต่างๆ ได้ เช่น
•by อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่ แสดง ดัดแปลง และนำผลงานไปใช้เพื่อการค้า แต่ต้องอ้างอิงที่มาของผลงาน
•by-sa อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่ แสดง ดัดแปลง และนำผลงานไปใช้เพื่อการค้า แต่ต้องอ้างอิงที่มาของผลงาน และแนบสัญญาอนุญาตชนิดเดียวกับต้นฉบับในงานเผยแพร่
•by-nd อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่ แสดง และนำผลงานไปใช้เพื่อการค้า แต่ต้องอ้างอิงที่มาของผลงาน และห้ามดัดแปลงผลงานจากต้นฉบับ
•by-nc อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่ แสดง ดัดแปลง โดยต้องอ้างที่มาของผลงาน และห้ามนำผลงานไปใช้เพื่อการค้า
•by-nc-sa อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่ แสดง ดัดแปลง โดยต้องอ้างที่มาของผลงาน ต้องแนบสัญญาอนุญาตชนิดเดียวกับต้นฉบับในงานเผยแพร่ และห้ามนำผลงานไปใช้เพื่อการค้า
•by-nc-nd อนุญาตให้ผู้ใช้เผยแพร่ แสดงผลงาน โดยต้องอ้างอิงที่มาของผลงาน ห้ามนำผลงานไปใช้เพื่อการค้า และห้ามดัดแปลง
© 2007 by The McGraw-Hill Companies Inc. All rights reserved.
ทางนิตยสาร Bloomberg BusinessWeek ไทยแลนด์ เคยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นเรื่องปกมาบ้างแล้ว เพราะนอกจากอุตสาหกรรมยานยนต์จะเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล มีผลกระทบกับคนในวงกว้างตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำแล้ว แล้วยังเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องต่อการดำรงชีวิตของผู้คนไม่น้อย.....
ต้นทุนโลจิสติกส์ส่งผลกระทบต่อความสามารถทางการแข่งขัน แต่จะมีธุรกิจสักกี่รายที่เข้าใจต้นทุนแฝงตัวนี้ แล้วจัดการยกเครื่ององค์กรเสียใหม่
บริษัทจำนวนไม่น้อย ตั้งแต่ GE ไป Nestle จนถึงผู้ผลิตนาฬิกา Omega ใช้งานกีฬาโอลิมปิกเป็นสนามทดลองไอเดียใหม่ๆ รวมทั้งอวดโฉมผลิตภัณฑ์ด้วย
ขณะตระเวนเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อหาเสียงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดี วุฒิสมาชิก John McCain มักจะกล่าวย้ำคำมั่นสัญญาที่จะคงอัตราภาษีเงินได้ระดับต่ำในวันนี้ไว้เท่าเดิม