ขออภัยข้อมูลส่วนนี้สำหรับสมาชิกเท่านั้น.
คุณต้องการล็อกอินเข้าใช้งาน ?
ปริมาณการใช้ขยะจากโฟมและพลาสติกทั่วโลกมีมากกว่า 2.6 ล้านตันต่อปี หากปล่อยให้ย่อยสลายเองตามธรรมชาติอาจต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 400 ปี หลายประเทศทั่วโลกเริ่มกังวลต่อผลกระทบดังกล่าวจึงออกกฎหมายห้ามใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่มที่ย่อยสลายหรือรีไซเคิลไม่ได้ บางประเทศลูกค้าที่ซื้อของต้องเป็นคนจ่ายค่าถุงพลาสติกเอง รวมทั้งเสียค่ากำจัดขยะด้วย และอีกหลายประเทศก็กำลังจะออกกฎหมายมาบังคับใช้ในลักษณะเดียวกัน
สำหรับประเทศไทยประชาชนส่วนใหญ่อาจยังไม่ทราบถึงผลกระทบจากการใช้บรรจุภัณฑ์จากกล่องโฟมและพลาสติกที่มีสารพิษปนเปื้อนเป็นส่วนประกอบอยู่ ซึ่งสารเหล่านี้อาจปนเปื้อนออกมากับอาหารเมื่อนำไปบรรจุอาหารที่มีความร้อนสูง สารดังกล่าวสามารถก่อให้เกิดความผิดปรกติทางระบบประสาท การทำงานของตับ หรือก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ นี่จึงเป็นโอกาสของธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารเพื่อใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมและพลาสติก “เราไม่อยากเป็นโรงงานเดียวที่ตั้งอยู่ แต่อยากเห็นธุรกิจเหล่านี้เติบโตขึ้นในประเทศไทย” นายแพทย์วีระฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายทางชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด กล่าว
บริษัทของเขาตั้งขึ้นจากโครงการร่วมทุนระหว่าง กลุ่มบริษัท เอ็ม. ดี. ซินเนอร์ยี จำกัด สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และเป็นบริษัทแรกในประเทศที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร ชนิดเสื่อมทางชีวภาพได้ (Biodegradable) จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ โดยมีปริมาณการผลิต 200 ล้านชิ้นต่อปี
ช่วงต้นปี 2005 นายแพทย์วีระฉัตรก่อสร้างโรงงานผลิตขึ้นบนเนื้อที่ 48 ไร่ ในอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับพื้นที่เพาะปลูกอ้อยของเกษตรกรจึงสามารถนำเยื่อชานอ้อย ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติเหลือใช้จากการเกษตรมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการเติมตัวเชื่อมประสานประเภทโพลิเมอร์ผสมเข้าไปทำให้ผลิตภัณฑ์ยืดหยุ่นไม่แตกหักง่าย และสามารถบรรจุของได้ทั้งของร้อน เช่น น้ำร้อน น้ำมัน และของเย็น รวมทั้งสามารถใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหารในการอุ่นด้วยเตาไมโครเวฟได้ด้วย เพราะสามารถทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ –40 องศาเซลเซียสถึง 250 องศาเซลเซียส
สินค้าของบริษัทฯ มีให้เลือกมากกว่า 27 แบบ ทั้งประเภทจาน ชาม ถ้วยน้ำ และกล่องใส่อาหารขนาดต่างๆ ปลอดภัยจากสารพิษปนเปื้อนด้วยเยื่อกระดาษที่ผ่านกระบวนการ ECF (ไม่ใช้สารคลอรีนในการฟอกสี) สามารถย่อยสลายทางชีวภาพโดยการฝังกลบในดินภายใน 45 วัน ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% โดยสินค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปให้กับลูกค้าต่างประเทศในสัดส่วนถึง 90%
ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่นำมาผลิตในโรงงานเป็นการนำผลการวิจัยและพัฒนาที่คิดค้นมาจากประเทศจีน เนื่องจากประชาชนชาวจีนส่วนใหญ่เดินทางโดยสารด้วยรถไฟทำให้มีการใช้กล่องบรรจุอาหารแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ราคาของบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยแบบนี้ยังสูงกว่ากล่องโฟมประมาณ 1.5 เท่า
ก่อนหน้านี้ เทสโก้จากประเทศอังกฤษ ก็ได้เซ็นสัญญารับซื้อบรรจุภัณฑ์ของบริษัทไปจำหน่าย โดยมียอดการส่งออกกว่า 8 ล้านบาท “ลูกค้าของเทสโก้ในอังกฤษและยุโรป มีแนวโน้มว่าจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” ดร.ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเทสโก้ โลตัสในประเทศไทยกล่าว
ในอดีตชานอ้อยเหลือใช้จะถูกนำไปทำเป็นเชื้อเพลิงมีราคาเพียงตันละ 8,000 บาท แต่เมื่อนำมาเป็นวัตถุดิบที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ราคาเพิ่มขึ้นเป็นตันละกว่า 20,000 บาท อีกทั้งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมการผลิตเยื่อชานอ้อย อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักร และกระตุ้นให้เกิดธุรกิจผลิตสินค้าในลักษณะเดียวกันมากขึ้นในประเทศด้วย “บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากชานอ้อยถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ” ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือสนช.กล่าว
© 2007 by The McGraw-Hill Companies Inc. All rights reserved.
ทางนิตยสาร Bloomberg BusinessWeek ไทยแลนด์ เคยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นเรื่องปกมาบ้างแล้ว เพราะนอกจากอุตสาหกรรมยานยนต์จะเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล มีผลกระทบกับคนในวงกว้างตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำแล้ว แล้วยังเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องต่อการดำรงชีวิตของผู้คนไม่น้อย.....
ต้นทุนโลจิสติกส์ส่งผลกระทบต่อความสามารถทางการแข่งขัน แต่จะมีธุรกิจสักกี่รายที่เข้าใจต้นทุนแฝงตัวนี้ แล้วจัดการยกเครื่ององค์กรเสียใหม่
บริษัทจำนวนไม่น้อย ตั้งแต่ GE ไป Nestle จนถึงผู้ผลิตนาฬิกา Omega ใช้งานกีฬาโอลิมปิกเป็นสนามทดลองไอเดียใหม่ๆ รวมทั้งอวดโฉมผลิตภัณฑ์ด้วย
ขณะตระเวนเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อหาเสียงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดี วุฒิสมาชิก John McCain มักจะกล่าวย้ำคำมั่นสัญญาที่จะคงอัตราภาษีเงินได้ระดับต่ำในวันนี้ไว้เท่าเดิม